กิจกรรมที่ควรงด ก่อนฉีดฟิลเลอร์ และร้อยไหม

  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ
  • ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด 24 ชม. ก่อนทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายชนิด cardio


สามารถแต่งหน้ามาได้ไหม?

สามารถแต่งหน้ามาได้ แต่ทางคลินิกจะลบเครื่องสำอางออกบางจุดที่จำเป็นให้ก่อนทำ หากกลัวเจ็บสามารถแจ้งได้ แพทย์จะทำการแปะยาชา หรือฉีดยาชาให้ฟรี ก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม  ส่วนบางคนที่แพ้ระคายเครืองจากยาชาแบบทา หรือไม่อยากจะ หรือไม่อยากเสียเวลาแปะยาชา สามารถเลือกฉีดยาชาอย่างเดียวได้


เตรียมตัวก่อนทำ 30 นาที

  • แพทย์จะพิจารณาให้กินยาห้ามเลือด ฉีดยาลดบวมและกินยาปฎิชีวนะในบางเคส เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ และลดความเสี่ยงในการอักเสบติดเชื้อ
  • ในเคสใดถ้ากลัวความเจ็บมากๆ แพทย์อาจพิจารณาให้กินยาแก้ปวดเพิ่มก่อนทำหัตถการ แต่การกินยาแก้ปวดก่อนทำหัตถการอาจจะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น


ระหว่างร้อยไหม กับฉีดฟิลเลอร์

  • ควรทำหัตถการในห้องแอร์ที่มีอุณหภูมิต่ำๆ
  • ควรร้อยไหมหรือฉีดฟิลเลอร์ในท่านั่ง หรือนอนเอียงในระดับหัวสูงกว่าหัวใจ ไม่ควรนอนราบ เพราะจะทำให้เลือดออกมากขึ้น
  • อาจจะมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันได้ในจุดที่ทำเป็นปกติ ให้หลีกเลี่ยงการแตะ การเกา การกดนวดในจุดนั้นๆ อาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แต่หากหลังจาก 3 วัน อาการดังกล่าว ยังเป็นมากขึ้น ให้ติดต่อกลับมาที่คลินิกเพื่อรับยากินเพิ่ม
  • หากก่อนทำไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที และทางคลินิกจะมียาแก้ปวด , ลดบวมให้กินด้วย
  • อยู่แต่ในที่อากาศเย็น และหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม.หลังทำ เช่น เข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนักๆ ตากแดด การดื่มแอลกอฮอล์
  • ให้งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF thermage ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือนหลังทำ
  • อย่าขยับใบหน้าเยอะโดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังทำ จะทำให้ไหมและฟิลเลอร์ที่ทำไว้เคลื่อนผิดตำแหน่งได้
  • การประคบเย็นอย่างผิดวิธีอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดหรือไหมที่ร้อยไว้เกิดการเคลื่อน และไม่เกาะผิวได้ ควรประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ในบางกรณีเท่านั้น
  • การใช้สายรัดหน้า หลังร้อยไหมควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ในกรณีที่มีเลือดออกมากเท่านั้น ซึ่งในเคสส่วนมากหมอจะไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากอาจทำให้ไหมเคลื่อนและไม่เกาะผิว
  • 1 ชม.หลังทำ สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้

 

หลังร้อยไหม/ฉีดฟิลเลอร์ ห้ามทานอะไร

  • ควรงดในระยะ 14 วันหลังทำ ( ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ก็ควรงดอย่างน้อย 48 ชม. )
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • อาหารที่เผ็ดมากๆ แสบร้อนจนหน้าแดง
  • อาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
  • งดอาหารที่หวานจัดๆ นมวัว เพราะสามารถกระตุ้นกระบวนการอักเสบได้
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบจากร้านอาหารที่ไม่สะอาดเนื่องจากพยาธิบางชนิดจะทำปฏิกิริยากับฟิลเลอร์แล้วเกิดการอักเสบได้
  • ควรงดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด จะทำให้ยุบบวมช้า และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง


มีหลายงานวิจัยที่ระบุว่าสารชื่อ bromelain ที่อยู่ใน”แกน”สัปปะรดสามารถกินเพื่อช่วยให้อาการปวดบวมช้ำหลังจากร้อยไหมหายได้ไวขึ้นอย่างชัดเจน

หลังฉีดฟิลเลอร์หายบวมในกี่วัน

  • หลังฉีดฟิลเลอร์จะค่อยๆ หายบวมประมาณ 4 - 5 วัน และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเข้าที่ ประมาณ 2 - 3 สัปดาห์
  • หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วอาจมีผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น ผื่นหรือจุดแดงบริเวณรอยเข็ม ซึ่งสามารถหายไปเอง
  • นอกจากนี้อาจมีอาการบวมหลังฉีดเป็นเรื่องปกติ หากมีอาการปวด คนไข้สามารถทานยาแก้ปวดได้ตามอาการ
     

หลังร้อยไหมแต่งหน้าได้ไหม

  • หลังร้อยไหม / ฟิลเลอร์ สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่ต้องงดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน
  • งดนวดหน้า หรือ ทรีทเม้นต์ 14 วัน พยายามอยู่แต่ในที่อากาศเย็นๆ สามารถประคบเย็นตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
     

3 ชม.หลังทำ

  • รอยเข็มที่ร้อยไหม / ฟิลเลอร์ สามารถโดนน้ำได้ไม่เกิน 15 นาที
  • สามารถล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ ได้
     

6 ชม.หลังทำ

  • ยาชาจะเริ่มหายบวม ถ้ามีจุดไหนที่ยังบวมมาก ควรประคบเย็นช่วย และควรประคบเบาๆ ไม่ควรกดแรงๆ


กลางคืนหลังร้อยไหม / ฟิลเลอร์

หลังจากยาชาที่ฉีดไว้หมดฤทธิ์ ใน 3 ชม.หลังทำ จะเริ่มปวดระบมมากขึ้น หากหลังจากกินยาแก้ปวด paracetamol ที่ทางคลินิกให้ไปทุกๆ 4 ชม.แล้วยังปวดมากอยู่ก็สามารถกินยาแก้ปวดในกลุ่มอื่นๆช่วยเสริมได้เช่น ibruprofen, arcoxia, diclofenac แต่ถ้าไม่เคยกินยาเหล่านี้มาก่อนควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

ควรนอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 °C นอนหัวสูงกว่าหน้าอกโดยการหนุนหมอนที่ศรีษะอย่างน้อย 2 ใบ ไม่ควรนอนตะแคง ควรหาหมอนข้างมากันไว้ทั้งซ้ายและขวาใน 2-3 คืนแรกหลังทำเพื่อป้องกันการกดทับหน้า
 

การดูแลหลังร้อยไหมและฟิลเลอร์หลังทำ 24 ชม.

จะเริ่มมีอาการบวมเข็มมากขึ้น สำหรับฟิลเลอร์คนไข้บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์ฟูขึ้นและชอบแบบที่ฟูๆนี้ แต่เมื่อผ่านไป 7-14 วัน อาการบวมเข็มยุบลงก็เข้าใจผิดว่าฟิลเลอร์สลายหายไป การดูผลฟิลเลอร์ควรจะดูหลังฉีดเสร็จทันทีและควรดูผลอีกทีหลังจาก 14 วันนะครับ ระหว่างนั้นไม่สามารถประเมินได้เพราะเป็นอาการบวม



สามารถทาครีมทับบริเวณรอยเข็มได้ และแต่งหน้าทับได้ปกติ แผลรูเข็มสามารถโดนน้ำได้ปกติไม่เป็นปัญหาหลังร้อยไหม
 

หลังทำ 48 ชม.

หากสามารถหลีกเลี่ยงอาหารและความร้อนตามข้อห้ามด้านบนได้ครบ 48 ชม. ก็จะช่วยให้ยุบบวมได้ไวขึ้นมากแล้ว


หลังทำ 3 วัน

  • อาการปวดบวมแดงช้ำจะเริ่มดีขึ้นและลดลง หากอาการมีแนวโน้มแย่ลงให้ติดต่อคลินิกเพื่อขอรับยากินเพิ่ม
  • สามารถขยับใบหน้าได้เกือบเท่าปกติ ฟิลเลอร์และไหมจะเข้าที่แล้วประมาณ 90% แต่ยังไม่ควรกดนวดแรงๆ
     

หลังทำ 7-10 วัน

  • รอยเขียวช้ำอาจจะยังมีอยู่จะค่อยๆจางลงเองใน 14 วัน ไม่ควรประคบร้อน
  • ในบางเคสจะยังคลำเจอฟิลเลอร์เป็นก้อนได้ปกติ เป็นอาการบวมเข็มครับ จะค่อยๆนิ่มลงเองภายใน 2-3 อาทิตย์
     

หลังทำ 14 วัน

  • อาการบวมจะหายไปเกือบ 100% สำหรับฟิลเลอร์จะเริ่มนิ่มลงและกลืนไปกับผิว ยกเว้นฟิลเลอร์ในรุ่นที่ฉีดในผิวชั้นลึกเพื่อยกพยุงหน้า เช่น Restylane-Perlane-Lyft หรือ Juvederm-Voluma จะคลำได้เนื้อฟิลเลอร์ในผิวชั้นลึกแต่จะมองไม่เห็นจากภายนอกเป็นปกติไม่ต้องกังวล
  • สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ กินอาหารได้ปกติ และพยายามหลีกเลี่ยงความร้อน
     

หลังทำ 1 เดือน

  • วิธีดูแลหลังร้อยไหมดึงหน้า ไม่ควรอ้าปากกว้างๆ เช่น การอ้าปากทำฟัน หรือ การแปรงฟันแรงๆ ในระยะ 1 เดือนหลังทำ
  • การดื่มน้ำ คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน


ใน particle ของฟิลเลอร์โมเลกุลของฟิลเลอร์จะค่อยๆสลายไปและถูกแทนที่ด้วยโมเลกุลของน้ำ เป็นการสลายแบบ Isovolumetric degradation(นั่นคือแม้ฟิลเลอร์จะสลายไปบางส่วนแต่ก็จะยังมีปริมาตรเท่าเดิมได้อยู่จากน้ำที่เรากิน) ซึ่งถ้าขาดน้ำขนาด particle ก็จะเล็กลง และเพิ่มอัตราการสลายแบบทวีคูณ ดังนั้นการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตามปกติคือวันละ 1.5-2 ลิตร เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ The Boss Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทุกสาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง Inbox หรือ Facebook หรือ Line ได้เลย

Line : @thebossclinic , https://lin.ee/lnIWfxj , https://lin.ee/7fnqOdo
Facebook  : https://www.facebook.com/thebossclinic
Instagram : thebossclinic , https://www.instagram.com/thebossclinic